ทุกคนล้วนมีกลิ่นตัวด้วยกันทั้งนั้นซึ่งอาจเกิดจากหลายปัจจัย ปัญหากลิ่นตัวแรงจึงทำให้เรารู้สึกมีปมด้อย หมดความมั่นใจในตัวเอง อีกทั้งยังสร้างความน่ารังเกียจแก่ผู้ใกล้ชิดไม่น้อย แหล่งกำเนิดกลิ่นอยู่บนร่างกายมีด้วยกันหลายจุด เช่น รักแร้ ศีรษะ อวัยวะเพศ เท้า ผิวหนังที่อับชื้น เป็นต้น

วิธีป้องกันและแก้กลิ่นตัว

การป้องกันและรักษากลิ่นตัวทำได้ไม่ยาก หากคุณเป็นผู้รักษาสุขอนามัยส่วนตัวเป็นอย่างดี เช่น อาบน้ำ สระผม ชำระล้างร่างกายให้สะอาดอยู่เสมอ สามารถกำจัดสารเคมีที่เป็นต้นเหตุของกลิ่นตัว และแบคทีเรียออกไปจาผิวหนังได้ในระดับหนึ่ง

การอาบน้ำ ควรทำวันละ ๒ ครั้ง โดยต้องอาบอย่างทั่วถึงทุกซอกทุกมุมในร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณอับชื้นหรือข้อพับ และเช็ดตัวให้แห้ง เมื่อร่างกายสะอาดแห้ง ทาโลชั่นบำรุงผิวแล้วก็ต้องเลือกเสื้อผ้าที่ซักสะอาดและตากแห้งสนิทจริง ในกรณีที่เหงื่อออกมาก เช่น ทำงานกลางแจ้ง หรือเล่นกีฬา เป็นต้น หลังเสร็จภารกิจควรอาบน้ำ สระผม และเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ทันที

เช่นเดียวกันกับผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ก็ต้องหมั่นซักให้สะอาดเป็นประจำด้วยเช่นกัน

การหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่ก่อให้เกิดกลิ่นตัว เช่น หัวหอม กระเทียม เครื่องเทศ เป็นต้น ก็สามารถแก้ปัญหาได้ทางหนึ่ง คนไทยมีกลิ่นกระเทียมเทรกกับกลิ่นตัว ฝรั่งมีกลิ่นนมกลิ่นเนย ส่วนคนอินเดียก็จะมีกลิ่นเครื่องเทศผสมเข้าไปด้วย อาหารเหล่านี้ทำให้กลิ่นตัวแรงขึ้น

นอกจากนี้โภชนบำบัดอาจช่วยได้ คือ การรับประทานอาหารที่มีส่วนประกอบของสารอาหารเช่น ธาตุสังกะสี วันละ ๓๐ มก. วิตามินบี ๖ วันละ ๑๐๐ มก. หรือมักเนเซียม ซึ่งกล่าวกันว่าช่วยกำจัดกลิ่นเหงื่อในบางรายได้ เป็นต้น

อีกวิธีหนึ่งที่ควรเลือกมารักษาในเบื้องต้น คือ ใช้สบู่ยามาฟอกรักแร้ขณะอาบน้ำ เพื่อทำลายเชื้อแบคทีเรีย เช่น สบู่ผสมคลอเฮกซิดีน หรือผสมเฮกซาคลอโรฟิน หรือไทรโคลทาแบน เป็นต้น

แต่เพียงแค่นี้ก็ยังไม่หาย ยังมียาระงับกลิ่นตัวที่ผสมยาฆ่าแบคทีเรีย เมื่อลดปริมาณของเชื้อแบคทีเรียได้ จะช่วยระงับกลิ่นตัวให้ลดลงจนไม่มีกลิ่นได้ หรือยังไม่หายอีก ควรปรึกษาแพทย์ อาจต้องทายาปฏิชีวนะ เช่น ยาปฏิชีวนะชนิดขี้ผึ้งที่มีตัวยาโอไมซิน ๐.๕% เป็นต้น ทาใต้รักแร้ทุกวันหลังอาบน้ำ หรือยาฆ่าเชื้อรา ในบางรายอาต้องใช้การรับประทานยาร่วมด้วยสักระยะหนึ่งเพื่อใช้ฆ่าเชื้อได้ ใช้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย เบื้องต้น ควรเลือกใช้โรออลดับกลิ่นตัวชนิดธรรมดาไม่อุดตันรู ระบายเหงื่อ จะมีการระบุว่าเป็น “deodorants” ไม่ใช่ “antiperspirants” เนื่องจากมีผลเพียงในระยะยาวน้อยกว่า

โรลออน (Rollon) มีจำหน่ายหลายรูปแบบ โดนหลังจะเป็นผลิตภัณฑ์ระงับเหงื่อ ซึ่งมีตัวยาช่วยระงับไม่ให้น้ำเหงื่อไหลออกมาได้ มีชื่อเคมีคืออะลูมิเนียมคลอไฮเดรต ความเข้มข้นที่ใช้ประมาณ ๓๐ – ๔๐ % กลไกการระงับเหงื่อ สารอะลูมิเนียมจะไปอุดรูขุมขนเพื่อมิให้เหงื่อไกลออกได้นั่นเอง ซึ่งเกลืออะลูมิเนียมอาจรวมตัวกับน้ำเหงื่อ และเชื้อจุลินทรีย์แล้วแทรกตัวอุดตันรูขุมขน หากมีการใช้ผลิตภัณฑ์เป็นประจำและบ่อย จะมีผลทำให้เกิดการสะสมและตกค้างของสารอะลูมิเนียมบริเวณใต้วงแขนมาก ทำให้เห็นเป็นรอบด่างดำ

หากมีเหงื่อที่รักแร้มาก ควรเลือกชนิดทำให้เหงื่อไขมันออกน้อยลง เช่น การใช้ยาระงับเหงื่อทา หรืออาจใช้สารส้มทาก็ได้ ยายับยั้งการหลั่งเหงื่อจะระบุว่าเป็น (anti-perspirant) ได้แก่ สารประเภทอะลูมิเนียม หรือเซอร์โคเนียม ซึ่งอาจอยู่ในรูปของลูกกลิ้ง สเปรย์ เจลแท่ง หรือครีม สารพวกนี้จะทำปฏิกิริยากับเหงื่อ ทำให้เกิดการอุดตันในท่อต่อมเหงื่อชนิดเอ็กไครน์ จึงระงับการหลั่งเหงื่อ และลดความชื้นของผิวหนังใต้รักแร้ได้ โดยทั่วไปสารเหล่านี้จะทำให้ท่อของต่อมเหงื่ออุดตันอยู่ ๒-๔ วัน จึงต้องใช้ทุกวัน

โรคภายในบางอย่างก็อาจทำให้มีกลิ่นตัวแปลกๆ ได้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุ ทุกวันนี้มีวิทยาการสมัยใหม่ การใช้เครื่อง “ไอออนโต” กับบริเวณที่มีกลิ่นตัวแรง มีการผ่าตัดเอาต่อมเหงื่อออก หรือการฉีดเพื่อลดการทำงานของต่อมเหงื่อ การฉีดโบทอกล์ลดการขับเหงื่อ โดยทั่วไปจะใช้วิธีการเหล่านี้โดยเฉพาะในรายที่มีอาการรุนแรง ซึ่งต้องเป็นหน้าที่ของแพทย์ที่จะวินิจฉัยว่าวิธีใดเหมาะสมในแต่ละราย