ทุกคนล้วนมีกลิ่นตัวด้วยกันทั้งนั้นซึ่งอาจเกิดจากหลายปัจจัย ปัญหากลิ่นตัวแรงจึงทำให้เรารู้สึกมีปมด้อย หมดความมั่นใจในตัวเอง อีกทั้งยังสร้างความน่ารังเกียจแก่ผู้ใกล้ชิดไม่น้อย แหล่งกำเนิดกลิ่นอยู่บนร่างกายมีด้วยกันหลายจุด เช่น รักแร้ ศีรษะ อวัยวะเพศ เท้า ผิวหนังที่อับชื้น เป็นต้น

ปัญหารักแร้ดำ

เกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งคุณต้องวิเคราะห์ตนเองว่าปัญหารักแร้ดำของคุณจัดอยู่ในจำพวกไหน หรือเกิดจากหลายสาเหตุร่วมกัน คือ

    ๑. การสัมผัสสารเคมีอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดการระคายเคือง และรอยดำจากน้ำหอม สารกันบูด หรือยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เช่น Triclosan, Triclocarban, Irgosan อัลกอฮอล์ และสารส้ม ในยาระงับกลิ่นกาย โรลล์ออนทั้งหลาย เป็นต้น

    ๒. แพ้สารเคมีจากน้ำยาแวกซ์ขน ควรหลีกเลี่ยงแวซ์ขนและหยุดการถอนไปก่อน อาจจะใช่การโกนขนแทน พร้อมกับรักษารอยดำที่เกิดขึ้น

    ๓. สารส้มอาจกระตุ้นการสร้างเม็ดสี กรณีสงสัยว่าเกิดจากสารส้ม ควรเลี่ยงโลออนที่มีส่วนผสมของสารส้ม หรือหยุดใช้ก้อนสารส้มไปก่อน สารส้มเหมาะกับคนที่มีกลิ่นตัว พอใช้แล้วกลิ่นตัวจะหาย แต่หลายคนใช้แล้วรักแร้ดำ และหลายคนที่ใช้แล้วรักแร้ไม่ดำ

    ๔. ความอ้วน ต้นแขนใหญ่ ทำให้เกิดการเสียดสีก็เป็นอีกสาเหตุของรักแร้ดำได้

    ๕. ขี้ไคลที่ฝังแน่นมานาน เนื่องจากวัยเด็กไม่ได้รับการดูแลขัดถูตอมซอกฟัน ตามรักแร้ให้สะอาด ลักษณะคราบดำมักฝังแน่นเป็นรอบพับตามยาว

การรักษารักแร้ดำ

หากคิดว่าเป็นเพราะแพ้อัลกอฮอล์ในยาระงับกลิ่น ควรเลือกใช้ชนิดสเปรย์หรือสารส้มแทน หรือแบบที่ระบุว่า “ไม่มีอัลกอฮอล์”

ควรใช้โลชั่นที่มีส่วมผสมของ AHA หรือไวท์เทนนิ่งทาบริเวณที่คล้ำ จะช่วยให้รอยคล้ำจาลงได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป อาจใช้เวลากว่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลง แต่ไม่มีผลข้างเคียงในระยะยาว

หากเกิดครางบขี้ไคล ให้ใช้มะขามเปียกผสมกับน้ำผึ้งนิดหน่อยมาทาพอกรักแร้ ทิ้งไว้ ๕ นาที ก่อนอาบน้ำ แล้วล้างขัดถูออกไปขณะอาบน้ำ ทำวันเว้นวันไป ขี้ไคลจะค่อยๆ หลุดออก หรือจะใช้มะนาวผ่าซีกขัดถูทุกวันก็ได้ บางครั้งใช้โลชั่นที่ผสม AHA มาทาทิ้งไว้ ๕ – ๑๐ นาที แล้วเช็ดออกด้วยสำลี ทำทุกวันก็ได้ผล หรือใช้สครับแทบสบู่ ชัดเบาๆ ทุกวันตอนอาบน้ำ หรือใช้เกลือสปาสำหรับขัดผิวกาย มาขัดถูรักแร้เบาๆ ระวังอย่าให้บาดรักแร้

หากเกิดจากความร้อน จึงควรลดน้ำหนักพร้อมกับใช้ยาลดรอยดำหรือไวท์เทนนิ่งทาควบคู่กัน แต่ไม่ควรใช้กลุ่มที่มีกรดผลไม้ ไม่ว่า AHA หรือ BHA เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคืองยิ่งขึ้น ที่สำคัญไม่ควรเกา หรือทำให้เกิดการเสียดสีกับผิวบริเวณนั้นอีก เพราะการเสียดสีจะยิ่งทำให้เกิดรอยดำคล้ำมากขึ้น

ปัญหารักแร้ดำ เมื่อหาทางแก้ไขด้วยตนเองไม่ได้ ควรให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังเป็นผู้วิเคราะห์สาเหตุเพื่อให้ได้ผลตรงกับอาการจะได้ผลดีที่สุด หลีกเลี่ยงการซื้อยามาทาเอง เพราะอาจทำให้เป็นปัญหาลุกลามมากขึ้น